4-Business-Money

2005/Dec/22

อันนี้มันเป็นความจริงอย่างนึงครับ

"ในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่เริ่มต้นทำงานต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ว่า การทำงานหนักอาจได้เงินเดือนน้อย
แต่คนที่ทำงานน้อย ได้เงินเดือนมาก
เพราะคนทำงานในส่วนที่น้อยนั้นต้องแบกความรับผิดชอบมาก"

ความรับผิดชอบที่ยิ่งมาก = ความกดดัน/ความเครียด/ความสำคัญของประสบการณ์/ความสำคัญและผลกระทบจากการตัดสินใจแต่ละครั้ง ที่มากขึ้นครับ

2005/Dec/20

เป็นหนังสือที่ดีมากๆ เล่มนึง สำหรับคนที่สนใจอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

จะขอคัดลอกบางส่วนที่น่าประทับใจครับ

เริ่มจากส่วนนี้ครับ ลองอ่านดู:

ประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงนี้ ทำให้ผมสอนลูกน้องหลายคนว่า ถ้าคุณยังทำงานไม่เต็มที่ในวันนี้ ต่อไปเมื่อไปทำธุรกิจของตัวเอง ถึงจะคิดว่าเต็มที่ก็ไม่มีทางสำเร็จ

เพราะการทำงาน "เต็มที่" นั้นต้องสร้างสมจนเคยชินจึงจะกลายเป็น "นิสัย"

ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจึงจะทำได้

ที่ผมประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะตอนที่ผมทำงานให้กับคนอื่น ผมก็ทำเต็มที่ ทำจนเป็นนิสัย ถ้าคุณไม่เต็มที่ตอนเป็นลูกจ้าง วันที่คุณเป็นนายจ้าง คุณก็ไม่รู้หรอกว่าการทำงานเต็มที่ต้องทำอย่างไร

2005/Apr/28

ระบบทุนนิยมมีลักษณะ 2 อย่าง ที่ตรงข้ามกับระบบคอมมิวนิสต์ ที่ผมจะขอยกมาพูดตรงนี้ คือ

1. ระบบทุนนิยมเป็นระบบที่ performance based

นั่นคือ คนที่มีความขยัน และความพยายามตั้งใจจริง ก็สามารถหาทางผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เหนือ กว่าคนอื่นๆ ที่ไม่มีความขยันความพยายาม ได้ .. ตรงกันข้ามกับระบบคอมมิวนิสต์ที่มีจุดมุ่งหมาย ทำลายโอกาสที่จะมีใครเหนือกว่าใคร ดังนั้นจึงทำให้คนที่ขยันมาก ก็จะไม่ได้รับอะไรดีไปกว่าคนที่ขยันน้อยเลย เพราะยังไงทุกคนก็เป็น "ประชาชนที่เท่าเทียมกัน" อยู่ดี

ในระบบทุนนิยม คนที่วันๆ เอาแต่นอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำงาน ก็ย่อมมีโอกาสอดตายเพราะไม่มีเงินซื้ออาหาร .. แต่ในระบบคอมมิวนิสต์ คนที่นอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำงาน หรืออู้งานเอาเปรียบเพื่อน ก็ยังได้รับการเลี้ยงดูจากสังคม ไม่อดตาย (แต่จริงๆ แล้วคงไม่มีใครนอนอยู่เฉยๆ แน่ เพราะในระบบคอมมิวนิสต์นั้นทุกคน 'ถูกบังคับ' ให้ทำงาน)

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ระบบทุนนิยมนั้น มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ สูงกว่าระบบคอมมิวนิสต์ เหตุเพราะ คนแต่ละคน มีแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพของการผลิตของตัวเองให้สูงขึ้น (ใช้ทรัพยากรน้อยลง เพื่อผลผลิตที่มากขึ้น) เพราะตัวเองจะได้ "กำไร" มากขึ้น ประกอบกับภาวะการแข่งขันของตลาดเสรีที่ช่วยทำให้ราคาต่างๆ มีการแข่งขันกัน ซึ่งส่งผลย้อนกลับไปให้แต่ละคนหาทางลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเป็นวงจร ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงในระดับภาพรวมทั้งหมดได้

ในขณะที่ระบบคอมมิวนิสต์ที่ใช้การวางแผนส่วนกลาง นอกจากคนวางแผนส่วนกลางไม่ได้รับประโยชน์อะไรโดยตรงจากการวางแผที่ดีหรือไม่ดีแล้ว คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโรงงานแต่ละที่ จนกระทั่งคนที่ทำงานแต่ละคนในโรงงาน ก็ไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรให้ทำงานให้มีประสิทธิภาพ เหตุเพราะถึงทำดีเป็นพิเศษไป ตัวเขาเองก็ไม่ได้อะไรดีเป็นพิเศษ .. ผลลัพธ์ก็คือ ประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าระบบตลาดเสรี

2. ระบบทุนนิยมมอบอิสระภาพและความรับผิดชอบในการดำรงชีวิต ให้กับตัวบุคคล

ในระบบทุนนิยม ถ้าคุณขี้เกียจทำงาน อยากอยู่บ้านเฉยๆ เป็นปีๆ คุณก็ทำได้ มันเป็นอิสระที่คุณจะเลือก .. คุณจะขยันมาก ขยันน้อย ขี้เกียจ ขนาดไหนก็ได้เรื่องของคุณ

แต่ในระบบคอมมิวนิสต์ ทุกคน ต้องทำงาน คุณจะมาขี้เกียจอยู่คนเดียวไม่ได้ ... เพราะอาจจะมีทหารมาคอยคุมคุณอยู่ หรือถ้าคุณไม่ทำงาน อาจถูกส่งขึ้นศาลข้อหาไม่ยอมทำงานให้รัฐบาล ก็เป็นได้

ในระบบทุนนิยม คุณจะมีอิสระภาพมาก ซึ่งก็ทำให้ความรับผิดชอบในชีวิตตัวเองก็มากขึ้นตามไปด้วย .. ถ้าคุณไม่หาทางหาเงิน คุณก็อาจจะอดตาย อาจจะไม่มีใครเหลียวแลคุณก็ได้ .. ไม่ได้มีกฏหมายใดๆ ว่าจะต้องมีคนมาช่วยเหลือมอบเงินให้คุณถ้าคุณไม่มีเงินใช้จ่ายที่จำเป็น นั่นคือในระบบทุนนิยม คุณจะมี Freedom (อิสระ) มาก แต่คุณก็จะมี Responsibility (ความรับผิดชอบ) มาก และคุณจะมี Security (ความปลอดภัย ความมั่นคง ว่าคุณจะมีกินแน่ๆ ไปตลอดชีวิต) น้อย

ส่วนในระบบคอมมิวนิสต์ คุณไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำงานตามที่เขาสั่งอย่างเดียว ไม่ต้องคิดกังวลเกี่ยวกับการหาเงินหารายได้ หรือกลัวว่าจะอดตาย เรียกว่าไม่ต้องมีความรับผิดชอบในชีวิตตัวเองมาก แต่คุณแทบจะไม่มีอิสระภาพในการเลือกใช้ชีวิตเลย คุณจะได้รับ Security มาก คุณจะมี Responsibility น้อย แต่คุณจะไม่มี Freedom

เราอาจจะมองว่า Freedom คือ Power อย่างหนึ่งครับ .. อย่างในหนัง spiderman บอก .. with (great) power comes (great) responsibility

จากสองประเด็นนี้ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงอยากเลือกระบบทุนนิยมมากกว่า เพราะผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะชอบ อิสระภาพ มากกว่าการถูกบังคับ ... แต่อิสระภาพนั้นมันก็ต้องมีความรับผิดชอบในตัวเองมาประกอบด้วยเสมอ ซึ่งคำว่า ความรับผิดชอบในตัวเองที่มากกว่า นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้คนในโลกทุนนิยมควรที่จะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวคุณเอง คือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบฐานะทางการเงินของตัวเอง

ไม่ใช่รัฐบาลครับ

เวลาที่การเงินของตัวคุณเองหรือครอบครัวมีปัญหา ก็อาจ(และคงจะ)ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย

ในโลกทุนนิยม "ตนเป็นที่พึ่งของตน" ครับ

การไม่สนใจเรื่องการเงินของคนคนหนึ่ง สุดท้ายมันจะเป็นสิ่งที่กลับไปทำร้ายตัวคนนั้น

หนีไม่ได้ครับ